ร่วมกันแสดงความรักและศรัทธาในตถาคต

นายนฤเบศวร์ ทองแดง ประธานคณะกรรมการมูลนิธิพุทธวจน และหนึ่งในคณะกรรมการจัดงาน “ร่วมกัน แสดงความรักและศรัทธาใน ตถาคต :Be Buddhawajana World  2556"  กล่าวว่า  คำว่า Be Buddawajana World มีความหมายเป็นการเชิญชวนทุกท่านมาเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาคำสอนของพระพุทธองค์โดยตรง  ดังนั้นการจัดงานครั้งนี้ไม่เหมือนกับการจัดงานที่อื่นๆ

โดยไฮไลท์สำคัญคือการสนทนาธรรมโดยพระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตถิผโล ประธานสงฆ์ วัดนาป่าพง ที่ได้มีการศึกษาคำสอนของพระพุทธองค์มาเป็นเวลากว่า 10 ปี แล้ว และมีผู้เข้าร่วมฟังธรรมในครั้งนี้ประมาณ 2,000 คน

บุคคลเหล่านี้เป็นตัวแทนชาวพุทธที่ศึกษาคำสอนของพระพุทธองค์จากทั่วโลกเช่น ตัวแทนจากประเทศลาว ญี่ปุ่น สวีเดน และสหรัฐอเมริกา  และมีการร่วมกันทำอานาปานสติ  ในการสนทนาธรรมนี้มีคุณไตรภพ ลิมปพัทธ์  เป็นพิธีกรรับเชิญ  การจัดงานนี้มีขึ้น ที่ห้องบางกอกคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์  เซ็นทรัลลาดพร้าว  เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม  เวลา 11.00 น- 21.00 น.

นายนฤเษศวร์กล่าวด้วยว่าชาวพุทธส่วนหนึ่งได้ปักหมุดตามที่อยู่ของตนเองลงบนแผนที่ ในเวบไซต์ www.buddha-net.com  ซึ่งมีการโยงใยกันเป็นเครือข่ายพุทธวจนกระจายอยู่ทั่วโลก จนถึงขณะนี้ได้มีการปักหมุดทั้งในนามส่วนตัวและองค์กร เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นผู้ที่ศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้วกว่า 1,800 ราย

ความเรืองแสงของหมุดในภาพจึงเป็นเสมือนการตามประทีปในที่มืดเพื่อจุดประกายชาวพุทธทั้งหลายให้ตระหนักถึงความสำคัญของคำสอนของพระพุทธเจ้าที่กล่าวย้ำว่าอย่าเป็นบุรุษคนสุดท้ายในกัลยาณวัตรของพระองค์ และเป็นการเชิญชวนผู้อื่นให้เข้ามาศึกษาด้วยเช่นกันตามคำตรัสจากพระโอษฐ์บาลีที่ว่า “เอหิปสฺสิโก”(เป็นธรรมที่ควรเรียกกันมาดู)

จุดประสงค์อีกอันหนึ่งคือ การจัดงานครั้งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงพลังของชาวพุทธที่ปักหมุดแล้วว่ามีอยู่จริง และเป็นการร่วมกันแสดงความรักและศรัทธาในตถาคต  ดังนั้นผู้ที่เข้าร่วมงานนอกจากนี้จะมีงานแสดงสินค้า (Be Buddhawajana World Expo) ซึ่งเป็นสินค้า ที่กระบวนการผลิตมาจากสัมมาทิฏฐิ ของผู้ที่ศึกษาคำสอนพระพุทธเจ้า  เช่น สินค้าแฮนด์เมดสื่อด้วยพระสูตรต่างๆ  สินค้าเครื่องใช้ทั่วไป อาหารและขนม นำมาออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่พร้อมพระสูตร ซึ่งเป็นการแสดงและขายผลิตภัณฑ์ที่ใช้คำสอนของพระพทธเจ้าเป็นสื่อในการเผยแผ่คำสอน เช่นถุงพลาสติก ที่ใช้ตราสินค้าบัวสามเหล่า เป็นต้น

สมภพ อมรสินตัวแทนจากกลุ่มชวนม่วนธรรม กล่าวว่า ในงานนี้ยังมีการแสดงนิทรรศการและสื่อต่างๆที่เกี่ยวกับการเผยเเผ่คำสอนของพระพุทธองค์ (Be Buddhawajana World Gallery ) เช่นนิทรรศการ “อย่าเป็นบุรุษคนสุดท้ายในกัลยาณวัตรของพระพุทธเจ้า(Do Not Be the Last Man)" ที่แสดงให้เห็นความสำคัญของ 10 พระสูตร จัดแสดงโดยพุทธวจนสมาคม

ซึ่งเป็นนิทรรศการที่แสดงให้เห็นความสำคัญของคำสอนของพระพุทธเจ้าที่เตือนชาวพุทธว่าอย่าเป็นบุรุษคนสุดท้ายในกัลยาณวัตรของพระองค์ และชาวพุทธไม่ควรแต่งคำสอนใหม่เพราะจะเป็นเหตุให้ศาสนาเสื่อม

เขากล่าวว่าผู้ชมงานได้พบกับ Timeline  ที่อธิบายความเป็นของพระไตรปิฎกในประเทศไทย ที่จุดเริ่มต้นมาจากอินเดีย  จนมาถึงสุวรรณภูมิ   โดยพระไตรปิฎกในประเทศไทย นั้นในสมัยรัชกาลที่ 1 ได้มีการลอกมาจากประเทศลาว ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เมื่อพระไตรปิฎกถูกทำลายเพราะสงคราม ประเทศในสุวรรณภูมิจะมีการขอลอกจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว รามัญ โดยต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการแปลจากภาษาขอมมาเป็นภาษาไทย ฉบับบาลีสยามรัฐ  ซึ่งได้มีการพิมพ์เผยแผ่ไปทั่วโลก

นอกจากนี้มี นิทรรศการเกี่ยวกับคำถามที่ถูกถามบ่อยๆในการเผยแผ่คำสอนของพระพุทธเจ้า(FAQ Exhibition) ซึ่งผู้ที่เริ่มศึกษาพุทธวจนสามารถไปศึกษาได้จากนิทรรศการนี้ หรือสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดที่ FAQ  ของ website Watnapp.com และมีการให้บริการการดาวน์โหลด  Application ต่างๆของพุทธวจน เช่น E-Tipitaka  ซึ่งผู้ศึกษาสามารถดาวน์โหลด เพื่อการศึกษาผ่านมือถือในระบบต่างๆ

ส่วนนิทรรศการบัวสามเหล่า แสดงให้เห็นว่าคำสอนของพระพุทธเจ้าจริงๆแล้วมีการเปรียบมนุษย์ว่าเสมือนบัว 3 เหล่า ซึ่งแตกต่างจากคำสอนที่สอนในระบบการศึกษาปัจจุบัน ที่เปรียบเทียบว่ามนุษย์เสมือนบัว 4 เหล่า